จิตใจดี สุขภาพดีชีวิตมีสุข

ปัจจุบันคนเริ่มหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพกันมากขึ้น ทั้งการออกกำลังกายเลือกกินอาหารเพื่อสุขภาพ การกินวิตามินเสริมดูจากที่มีผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่างๆอยู่หลายสรรพคุณ  ออกกำลังกาย เล่นโยคะ ก็มีเคล็ดลับการดูแลสุขภาพแบบง่ายๆ มาฝากกัน เพียงแค่ปฏิบัติตาม ดังนี้   อาหาร เริ่มจากการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อ นอกจากนี้ควรลดอาหารหวานโดยการชิมก่อนปรุง อ่านฉลากก่อนซื้อ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มรสหวาน และขนมหวาน เพราะการกินหวานมากเกินไป ร่างกายไม่สามารถใช้พลังงานได้หมดและเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามอวัยวะต่างๆ ส่งผลให้อ้วน และเกิดโรคอื่นๆ ตามมา เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด งดกินเค็ม เพราะการกินโซเดียมหรืออาหารรสเค็มมากเกินไป ทำให้เสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งจะทำให้มีโรคแทรกซ้อนตามมา เช่น เส้นเลือดในสมองแตก ไตวาย เป็นต้น เราควรได้รับปริมาณของโซเดียมไม่เกิน 2,400 มิลลิกรัมต่อวันหรือเท่ากับ 1 ช้อนชา จึงควรลดการเติมเครื่องปรุงรสเค็ม หลักเลี่ยงการกินอาหารแปรรูป เช่น ผักผลไม้ดอง ไข่เค็ม ไส้กรอก ปลาร้า งดกินอาหารสำเร็จรูปทุกชนิด ตลอดจนขนมขบเคี้ยวต่างๆ และอ่านฉลากก่อนซื้ออาหารแปรรูปและสำเร็จรูป อารมณ์ เป็นเรื่องทางใจที่ทุกคนต้องให้ความใส่ใจไปไม่น้อยกว่าสุขภาพกาย เพราะหากใจป่วยแล้วก็จะทำให้กายพลอยป่วยไปด้วย ซึ่งแน่นอนว่าความเครียดนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่หากเราเครียดในระดับพอดี จะช่วยกระตุ้นให้เรามีพลังที่จะเอาชนะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ได้ดีขึ้น          หากรู้สึกว่าตัวเองเริ่มเครียด ควรรีบจัดการแก้ปัญหานั้นให้เร็วที่สุด โดยไม่ควรใช้อารมณ์ อย่าหนีปัญหา อย่าคิดโทษตัวเอง หรือโยนความผิดให้คนอื่น แต่ควรใช้เหตุผลคิดพิจารณาก่อนแล้วจึงลงมือแก้ปัญหา และพยายามมองโลกในแง่ดี  นอกจากนี้ยังควรพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ปัญหาของการ ปัสสาวะไม่ออก

ปกติคนเราถ่ายปัสสาวะวันละประมาณ 3-4 ครั้ง กลางคืนหลังจากนอนหลับไปแล้วมักไม่ต้องลุกขึ้นมามาถ่ายการถ่ายปัสสาวะต้องอาศัยกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งมีระบบประสาทมาควบคุมการทำงานให้ปกติโดยกระเพาะปัสสาวะจะบีบตัวไล่น้ำปัสสาวะออกทางท่อปัสสาวะเมื่อมีความรู้สึกปวด

โดยปกติแล้วคนเราจะถ่ายปัสสาวะได้ครั้งละประมาณ300-500 ลูกบาศก์เซนติเมตร หรือมิลลิลิตร และใช้เวลาถ่ายประมาณ 30 วินาทีโดยมีแรงไหลของน้ำปัสสาวะสูงสุดในผู้ชายประมาณ 20-25 มิลลิลิตรต่อวินาที ส่วนผู้หญิงจะประมาณ 25-30 มิลลิลิตรต่อวินาทีหากแรงไหลน้อยกว่า 10-15 มิลลิลิตรต่อวินาทีถือว่าผิดปกติ การที่ปัสสาวะไม่ออกนั้นมีสาเหตุใหญ่ๆคือ กระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัว มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะกระเพาะปัสสาวะไม่บีบตัวอาจเกิดจากระบบประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ โดยอาจมีความผิดปกติตั้งแต่สมอง ไขสันหลัง และปลายประสาทที่มาเลี้ยงกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุ การผ่าตัดจากโรคของระบบประสาท ที่พบมากคือ กระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ เช่น หักทำให้ประสาทไขสันหลังเสียหน้าที่ไป หรือจากโรคเบาหวานที่ทำให้ปลายประสาทเสียหน้าที่  มีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะส่วนใหญ่ที่ปัสสาวะไม่ออกมักมีการอุดกั้นของท่อปัสสาวะ เกิดได้หลายสาเหตุ อาทิ  โรคต่อมลูกหมากโตเป็นเนื้องอกธรรมดาที่พบในชายสูงอายุ มักพบมากในช่วงอายุ 60-80 ปี  เช่นเดียวกันกับมะเร็งต่อมลูกหมาก เมื่ออายุมากขึ้นต่อมลูกหมากจะค่อย ๆ โตขึ้น และชายสูงอายุ 2 ใน 5 คนจะมีอาการถ่ายปัสสาวะผิดปกติคือ มีประวัติปัสสาวะบ่อย ต้องเบ่ง ปัสสาวะรอนานกว่าจะออก ปัสสาวะลำบากและไม่หมด กลุ่มนี้อาจได้รับการรักษามาก่อนหรือไม่ก็ได้ อาการจะเป็นมากจนกระทั่งปัสสาวะไม่ออกเมื่อไปกลั้นปัสสาวะ กินยาแก้หวัดลดน้ำมูก ยาแก้ท้องเสีย หรือมักเกิดในช่วงฤดูฝน ฤดูหนาว หรือมีประวัติดื่มสุรา หรือไวน์

 

 

 

ท้องผูกภัยที่ไม่ควรมองข้าม

ท้องผูกเป็นภาวะที่พบบ่อย ประมาณร้อยละ 1520 ของคนทั่วไปมักจะมีปัญหาท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งส่งผลรบกวนชีวิตประจำวัน บางคนหงุดหงิดไม่สบายใจ บางคนแน่นท้อง ไม่สบายท้อง บางคนถึงกับนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย สมาธิการทำงานเสียไป ปัญหาท้องผูกมีผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างไร มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับโรคเรื้อรังอื่นๆสำหรับผู้ใหญ่ อาการท้องผูกเรื้อรัง มีผลด้านจิตใจมากว่าร่างกาย เช่น มีผลต่ออารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย มากกว่าความรู้สึกไม่สบายท้อง เป็นต้นนอกจากนี้ คุณภาพชีวิตของผู้ที่ท้องผูกเรื้อรัง ลดลงพอๆ กับผู้ป่วยเบาหวาน เข่าเสื่อมเรื้อรัง โรคข้อรูมาตอยด์ และโรคภูมิแพ้เรื้อรัง สรุปว่า ท้องผูกเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามทั้งเด็กและผู้ใหญ่ประเทศไทย ยาแก้ท้องผูกเป็นยาที่ใช้มากที่สุดชนิดหนึ่งของคนไทย จากการศึกษาที่ผ่านมาบอกให้เรารู้ว่า ท้องผูกมีความสัมพันธ์เกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น ท้องผูกเกี่ยวข้องกับการกินอาหารที่มีเส้นใย ผัก ผลไม้ น้อยเกินไป ขาดการออกกำลังกาย เพิ่มโอกาสเบาหวาน ดังนั้น อาการท้องผูกน่าจะเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดการศึกษาที่ชื่อว่า Women’s Health Initiative ในหญิงชาวอเมริกัน 9 หมื่น 3 พันกว่าคน ที่ไม่มีโรคหัวใจและหลอดเลือด ติดตามเป็นเวลาเฉลี่ย 6.9 ปี จากข้อมูลการขับถ่ายที่รายงานโดยผู้หญิงในโครงการ 7 หมื่น 3 พันกว่าคน พบว่า อาการท้องผูกพบร้อยละ 34.7 แบ่งเป็นอาการไม่มาก ไม่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ร้อยละ 25.5 อาการปานกลาง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันบ้าง ร้อยละ 7.4 และอาการรุนแรง รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 1.6อาการท้องผูกจะเพิ่มมากขึ้นตามอายุ อายุยิ่งมาก โอกาสท้องผูกจะยิ่งมากขึ้น ตามการสูบบุหรี่ เบาหวาน ไขมัน คอเลสเตอรอลสูง ความดันโลหิตสูง อ้วน การออกกำลังกายน้อย กินอาหารที่มีเส้นใยน้อย ภาวะซึมเศร้า และประวัติครอบครัวที่เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจตาย

เคล็ดลับการเอาชนะอารมณ์

เนื่องจากคนทุกชาติ ทุกภาษา ต่างก็มีทั้งอารมณ์ชอบและไม่ชอบ มีอารมณ์โกรธและเสียใจเหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่สีดำร้อยเปอร์เซ็นต์ หรือขาวหมด ต้องมีทั้งดำและขาว ซึ่งอาจจะมีหลายเฉดที่กลายเป็นสีเทาก็ได้ นั่นเพราะว่า การกระทำของคนคนหนึ่ง มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกของอีกคน ยกตัวอย่าง ลูกเกลียดแม่ไม่ชอบพ่อ อาจจะเพราะสิ่งที่ลูกประสบมาทำให้เขารู้สึกแบบนั้น เช่น ตอนเด็ก ๆ เขาอาจจะถูกพ่อข่มขืน ทำให้เขาโกรธและเกลียดพ่อตลอดชีวิต และให้อภัยตอนที่พ่อตายแล้ว ดังนั้นทุกปัญหาที่เกิดจากความเครียด หมอจะไม่แนะนำให้เขาปลง เพราะมันปลงไม่ได้ แต่จะบอกเขาว่า จะอยู่กับมันยังไงให้ได้ อยู่กับความจริงให้เดินหน้าต่อไปได้ ต้องทำให้เขายอมรับสภาพความเป็นเหยื่อให้ได้ ให้รู้จักการปกป้องตัวเองในอนาคต เพื่อให้เขาเป็นคนมีสุขภาพจิตแข็งแรง เพราะเราไม่สามารถทำให้เขาลืมได้ หากจะทำให้เขาลืมได้ก็ต่อเมื่อสมองเสื่อม แต่ความเครียดความโกรธเกลียดชังมันก็จะอยู่กับเขาต่อไป หน้าที่หมอก็คือ ต้องดูว่าเขาจะอยู่อย่างไรถึงจะให้อภัยตัวเองได้ และอภัยให้คนที่เขาโกรธและเกลียดได้จิตแพทย์ชำนาญการประจำ ร.พ.ศรีธัญญา ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยได้เปรียบฝรั่งเพราะให้อภัยกันมากกว่า บางทีสังคมไทยไม่มีเหตุผลจะอธิบาย ก็ยกเอาเหตุผลว่า มันอาจจะเป็นกรรมเก่า เราเคยทำไม่ดีกับเขา ก็ช่วยให้เราปล่อยวางได้มากขึ้น แต่ปัญหาที่คนไทยประสบอยู่ในปัจจุบันไม่ใช่ว่าให้อภัยกันน้อยลง แต่เราจะเอาชนะกันมากขึ้น

เรื่องเครียดในชีวิตอาจจะเป็นผลดีก็ได้

จริงๆแล้วโลกเราต้องมีมุมมืดบ้างสว่างบ้าง สุขบ้างทุกข์บ้าง นายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ จิตแพทย์ชำนาญการประจำ ร.พ.ศรีธัญญา และจิตแพทย์ที่ปรึกษา ร.พ.บำรุงราษฎร์และ ร.พ.เวชธานี เกริ่นให้ฟังก่อนจะคุยเรื่องสุขภาพจิตของคนไทย เพื่อชี้ให้เห็นถึงสาเหตุและหนทางเยียวยา ซึ่งผู้ใกล้ชิดสามารถช่วยได้ มนุษย์ทุกคนต่างมีปัญหาที่ต้องคิดหาทางแก้ให้ดีขึ้น นี่ต่างหากเป็นเรื่องปกติ” จิตแพทย์ผู้ชำนาญการสรุปและอธิบายเพิ่มเติมว่า ทุกคนไม่ว่าจะร่ำรวยเป็นมหาศาล หรือยากจนข้นแค้นเพียงใดก็มีความเครียดและปัญหาด้วยกันทั้งนั้น คนมีเงินก็มีปัญหาในแบบคนมีเงิน คนไม่มีเงินก็มีปัญหาในแบบคนไม่มีเงิน เพราะทุกคนทุกอาชีพต่างมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ความเศร้า ความทุกข์ และความสุข แต่ต่างกันเพียงแค่ตัวเลขเงินในบัญชีเท่านั้น คุณหมอ ยกตัวอย่างคนไข้ที่เป็นมหาเศรษฐีหลายหมื่นล้าน แต่ต้องมาปรึกษาจิตแพทย์ นั่นย่อมแสดงว่าวัตถุที่เขามี ไม่อาจทำให้เขามีความสุขได้ เช่นเดียวกับดาราบางคนที่มาปรึกษา เพราะเกิดข่าวคราวที่ไม่ดีกระทบต่อภาพลักษณ์ของเขา ซึ่งมันส่งผลกับงานที่เขาทำย่อมเกิดความเครียดเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นการช่วยแก้ไขความเครียดในแต่ละคนก็ต่างกัน ยกตัวอย่าง คนทำงานที่เดียวกัน สายงานเดียวกัน แต่ชีวิตไม่เหมือนกัน มุมมองและทัศนคติก็ต่างกัน บางคนอาจจะมีความสุข แต่อีกคนอาจจะทุกข์แสนสาหัสก็เป็นได้ หน้าที่ของจิตแพทย์ คือ ต้องค่อย ๆ ดูและแก้ปัญหาว่าอะไรคือสาเหตุ ฟังสิ่งที่เขาเล่า เพื่อหาทางแก้ไขตามรายละเอียด จากปากผู้ป่วย ซึ่งเรื่องที่ผู้ป่วยเล่า หมอจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเป็นเรื่องจริงกี่เปอร์เซ็นต์ แต่เราสามารถรู้ได้ว่ามุมมองของเขาต่อเรื่องนั้น ๆ เป็นอย่างไร ติดลบแค่ไหน บางทีเราไม่จำเป็นต้องรู้ว่าเรื่องจริงเป็นยังไง หรือเร่งปรับความคิดให้เขาเป็นบวกเลยในทันที เพราะมันไกลเกินความจริงที่จะทำได้ แต่เราต้องปรับเปลี่ยนจากความคิดติดลบให้ลบน้อยลง หากความคิดลบน้อยลงเขาก็จะมีความสุขมากขึ้น

สุดยอดอาหาร กินเพื่อผิวสวยเปล่งปลั่ง

   หลายๆ คนอยากจะมีผิวพรรณดี ผิวสวย แต่ก็ยังขาดการดูแลที่ถูกวิธีอยู่นะครับ ซึ่งการที่จะทำให้มีผิวพรรณที่ดีนั้น จำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการบำรุงดูแลการรักษาฟื้นฟูสภาพผิวพรรณของเรา ซึ่งการบำรุงจากภายนอก การทาครีมบำรุงผิวอย่างเดียวก็ช่วยไม่ได้นะครับ เพราะจะต้องทำควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารที่เน้นมากจากธรรมชาติ ซึ่งวันนี้จะมาบอกสุดยอดอาหารที่จะทำให้ผิวของเรานั้นสวยได้ง่ายๆ

การทำให้ผิวกระจางใสนั้น ก็มีอาหารที่สำคัญอยู่ 2 ตัว นั้นก็คือวิตามินซี และ กลูตาไธโอน ที่จะช่วนสร้างคอลลาเจน และ อีลาสติน เพื่อช่วยยึดเนื้อเยื่อเพื่อไม่ให้เหี่ยวแล้วหย่อนยานนั่นเอง สามารถที่จะฟื้นฟูผิวพรรณหมองคล้ำได้เป็นอย่างดีนั่นเอง ซึ่งอาหารที่ควรกินนั้นก็คงไม่พ้น ฝรั่ง ส้ม สับปะรด และมะขาม ส่วนทางด้าน กลูตาไธโอนนั้นทางร้านกายของเราก็สามารถที่จะสร้างขึ้นมาได้จากการที่เรากินอาหารที่มีโปรตีนนั่นเอง การผลัดรอยด่างดำนั้น ก็จะมีอยู่มากในวิตามินบีทุกตัว เพราะวิตามินบีนั้นก็จะช่วยในกระบวนการผลิตพลังงานภายในเซลล์ ทำให้ซ่อมแซ่มส่วนที่สึกหรอก มีการกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดได้เป็นอย่างดี ซึ่งวิตามินบีนั้นหาพบได้ในอาหารประเภท นม เนื้อสัตว์ ถั่วนั่นเอง ส่วนการทำให้ผิวอมชมพูนั่นเปล่งปลั่ง ก็จะมีสารอาหารที่สำคัญนั่นก็คือ ไลโคปืน ซึ่งจะพบได้มากในมะเขือเทศ แตงโม ซึ่งจะเป็นสารที่ต้านอนุมูลอิสระให้กับผิวหนังได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามนั้นพืชผักรวมถึงอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายนั้นก็มีส่วนที่จะช่วยทำให้ร่างกายของเรานั้นได้รับสารอาหารและประโยชน์แบบเต็มๆ นั่นเอง

ผิวสวยด้วยการเลือกกิน

  ในปัจจุบันก็มีอาหารที่บำรุงผิวของเราอยากมากมายเลยนะครับ ซึ่งถ้าไม่อยากจะให้ผิวพรรณของเรานั้นต้องทรุดโทรม อ่อนล้า ไร้ชีวิตชีวา ก็คงต้องฟื้นฟูความชุ่มชื้นให้กับผิวตั้งแต่เนิ่นๆ นะครับ ซึ่งผิวสวยผิวใส ก็ทำให้ใครหลายๆ คนนั้นต่างที่อยากจะมีผิวพรรณที่ดีกันทั้งนั้น แต่ที่สำคัญที่สุดสำหรับการที่มีผิวสวยนั่นก็คือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีวิตามินที่เพียงพอ ซึ่งกินพวกนี้ก็จะสามารถทำให้ผิวพรรณของเรานั้นดีขึ้นได้นั่นเอง

น้ำมะพร้าว ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูที่กินแล้วมีประโยชน์เป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะในน้ำมะพร้าวนั้นก็มีคอลลาเจน และ อีลาสตินที่ทำให้ผิวของเรานั้นสวย กระชับ และช่วยในการชะลอริ้วรอยก่อนวันอันควรอีกด้วย ไม่ใช่แค่น้ำมะพร้าวนะครับที่จะมีพวกนี้ อาหารจำพวกพืชผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์นั้นก็มีคอลลาเจนเช่นกัน ก็ไม่ว่าจะเป็น สาหร่ายน้ำจืด ทะเล ถั่วเหลือง เห็ด เป็นต้น การที่จะให้ผิวสวยสมบูรณ์แบบนั้นก็จะต้องได้รับวิตามิน เอ,อี,ซี ให้ครบถ้วน เพราะว่าวิตามินพวกนี้ก็จะไปช่วยทำให้ผิวพรรณนั้นดูสดชื่น และช่วยขับสารพิษต่างๆ ที่ตกค้างอยู่ในร่างกายให้หมดไปนั่นเอง สำหรับอีกหนึ่งเมนูที่น่าสนใจนั่นก็คือ การดื่มชาเขียว เพราะใสชาเขียวนั้นสามารถที่จะช่วยชะลอความแก่ได้เป็นอย่างดีนั่นเอง เพราะในชาเขียวนั้นก็มีประโยชน์อย่างมากมายนั่นเอง และสิ่งที่จำเป็นที่สุดที่ขาดไม่ได้นั้นก็จะเป็นการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ควรดื่มให้ได้วันละ 6-8 แก้วนั่นเอง และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญนั้นก็คือการปกป้องผิวพรรณจากสภาพอากาศภายนอกโดยการทาครีมกันแดง สวมเสื้อแขนยาว ใส่แว่น ใส่หมวก เพียงเท่านั้นก็จะทำให้ผิวของเรานั้นดูดีและเปล่งปลั่งได้นั่นเอง

อาหารเช้าบำรุงหน้าผิวหน้าใส

  อาหารเช้าถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่สำคัญเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะการกินอาหารเช้านั้นก็จะไปช่วยทำให้ร่างกายของเรามีพลังงานที่จะไปสู้รบกับงานที่ทำ การเรียน หรือ กิจกรรมต่างๆ ทำให้เรานั้นสามารถที่จะคิด วิเคราะห์สิ่งต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ถือเป็นอีกหนึ่งมื้อที่มีส่วนไปเลี้ยงสมองทำให้รู้สึกสดชื่นและพร้อมในวันนั้นนั่นเอง

แต่ใครจะไปรู้ว่าการกินอาหารเช้านั้นก็สามารถที่จะทำให้เรานั้นหน้าใสได้อีกด้วย โดยเราไปดูกันเลยดีกว่านะครับว่าในแต่ละวันควรกินอาหารประเภทอะไรบ้างที่จะทำให้หน้าของเรานั้นดูสดใสพร้อมและมั่นใจนั่นเอง การที่จะทำให้หน้าของเราสดใสได้นั้นการเลือกกินพวกผักและผลไม้ในช่วงเช้า ไม่ว่าจะเป็น มะเขือเทศ แตงโม ส้ม กี่วี แครอท นั้นก็จทะให้เรานั้นมีผิวพรรณที่สดใสนั่นเอง แต่ไม่ใช่กินแค่ 3 – 4 อย่างเท่านั้นนะครับเราก็จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเองด้วย หรืออาจจะปรับเปลี่ยนก็ได้เช่นกัน และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั้นก็จะเป็นการเลือกรับประทานอาหารประเภทโปรตีนให้มากๆ เช่นปลาทูน่านั้นก็จะมีคุณสมบัติที่จะช่วยให้ผิวพรรณของเรานั้นกระชับเต่งตึงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง เพราะว่าในปลาทูน่านั้นก็มีส่วนประกอบของสารซีลีเนียม ที่จะช่วยให้ปกป้องผิวพรรณ และเสริมอิลาสตินใต้ผิวหนังนั่นเอง เอาเป็นว่าพวกโปรตีน ผักผลไม้ รวมถึงโยเกิร์ต นั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องกินเยอะๆ นะครับเพราะผิวพรรณของเรานั้นก็จะต้องสวยจากภายในออกมาภายนอก แถมถ้ายังกินติดต่อได้ตลอดไปรับรองเลยะครับว่าผิวสวยใสแน่นอน

ผักผลไม้บำรุงผิว

   ในปัจจุบันไม่ใช่เพียงแค่ผู้หญิงเท่านั้นที่จะมาดูแลรักษาผิวหน้าผิวกายให้มีความสวยความงามอยู่ฝ่ายเดียว แต่ในผู้ชายบางคนก็เริ่มให้ความสนใจที่จะดูแลรักษาผิวกายและผิวหน้ากันมากขึ้น เนื่องจากผิวพรรณนั้นก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความที่ตัวเราเองนั้นมีสุขภาพที่ดีนั่นเอง แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่าการกินผักและผลไม้ก็สามารถเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้ผิวพรรณของเรานั้นดูเปล่งปลั่งและสดใสนั่นเอง

เทรนด์การเลือกกินผักและผลไม้เพื่อผิวพรรณนั้นก็กำลังมาแรงเป็นอย่างมากเลยนะครับ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาให้ความรู้เกี่ยวกับสุดยอดอาหารจากธรรมชาติที่จะช่วยให้ผิวพรรณของเรานั้นมีออร่ามากยิ่งขึ้นนั่งเอง โดยอหารที่จะทำให้ผิวพรรณของเรานั้นใสเป็นธรรมชาตินั้นก็มีดังต่อไปนี้ การที่เลือกรับประทานปลาน้ำลึก ก็ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะมีโปรตีนและกรดอะมิโนจำเป็นที่จะสร้างคอลลาเจนในร่างกายทำให้ผิวพรรณเรานั้นดูอ่อนกว่าวัย ส่วนทางด้านผักและผลไม้ก็จำเป็นอย่างมากเลยนะครับไม่ว่าจะเป้ฯพวก มะเขือเทศ แครอล ฝรั่ง มะละกอ ส้ม บรอกโคลี เป็นต้น ซึ่งผักและผลไม้พวกนี้นั้นก็จะมีวิตามินที่จะไปช่วยลดความหมองคล้ำทำให้พิวพรรณนั้นกระชับและสดใสมากยิ่งขึ้นนั้นเอง ส่วนทางด้านนมถั่วเหลืองหรือน้ำเต้าหู้นั้นถ้ายิงกินเป็นประจำก็จะทำให้ผิวพรรณของเรานั้นดูดีเพราะมันมีประโยชน์มากนั่นเอง ส่วนพวกธัญพืชนั้น ก็อย่างที่ทราบๆ กันนะครับว่ามันมีประโยชน์จริงยิ่งกินก็จะทำให้ผิวขาวสว่างใสมีออร่อนั้นเอง เห็นมั้ยละครับว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ก็มีประโยชน์ทั้งนั้นเอาเป็นว่าก็รีบไปหามากินกันได้แล้วนะครับเพื่อที่จะได้มีสุขภาพที่ดีนั่นเอง

กากกาแฟเคล็ดลับของความสวย

  ปัจจุบันกาแฟเป็นเครื่องดิ่มที่นิยมเป็นอย่างมากในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่ว่าจะมุมไหนของโลกก็จะมีแต่ร้านกาแฟนทั้งนั้น ทำให้กาแฟนนั้นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ยิ่งถ้าเป็นกาแฟสดด้วยนั้นรับรองเลยครับว่ารสชาติที่แสนหอม อร่อยนั้นจะทำให้ทุกๆ คนนั้นได้ติดใจอย่างแน่นอน และอีกอย่างในปัจจุบันนั้นร้านกาแฟนในประเทศไทยนั้นก็หากินได้ง่ายมากไม่ว่าจะไปมุมไหนของประเทศก็เจออย่างเยอะ

ด้วยความที่กาแฟสดนั้นขายดิบขายดีเป็นอย่างมากนั้นสิ่งที่เหลืออยู่นั้นก็คือ “กากกาแฟ” เพราะหลายๆ คนคงมองข้ามไปแต่รู้หรือไม่ว่ากากกาแฟนั้นก็มีประโยชน์อย่างมากมาย ซึ่งสามารรถทำให้ผิวพรรณของเรานั้นสวยเปล่งปลั่งได้เป็นอย่างดี โดยการนำเอากากกาแฟนั้นมาสครับผิวพรรณให้สวยสดใส ซึ่งปัจจุบันก็นิยมนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายอีกด้วย เพราะการสคับผิวด้วยกากกาแฟนั้นก็จะทำให้ผิวของเรานั้นขาวใสได้อย่างน่าทึ่ง เพราะว่ามันสามารถที่จะกำจัดเซลลูไลท์หนาๆ บนต้นแขน ต้นขาได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งวิธีทำนั้นก็ไม่ยากนะครับแค่มีกากกาแฟสดแล้วผสมกับน้ำตายทราย เพื่อที่จะไดสครับผิวในครั้งนี้ แต่ถ้าใครเป็นพวกผิวบอบบางนั้นก็แนะนำให้ใช้น้ำตาลทรายแดงเอานะครับ  และก็ใส่น้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอกลงไป เพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าที่เป็นเนื้อเดียวกันจากนั้น ก็ขัดผิวของเราให้ทั่ว ให้สะอาดหมดอยากจะขัดตรงไหนก็ขัดได้ตามใจชอบเลยนะครับ เมื่อเราขัดเสร็จแล้วนั้นก็จะสังเกตได้ง่ายยิ่งขึ้นเพราะผิวพรรณของเรานั้นก็จะนุ่มลื่นน่าสัมผัสเป็นอย่างมาก เห็นแบบนี้แล้วนั้นก็ต้องไปหากากกาแฟนมาลองสครับกันดูบ้างแล้วนะครับ เผื่อจะมีผิวพรรณที่สดใสน่าสัมผัสบ้างนั่นเอง